เรื่องดีๆ ในเรื่องร้ายๆ คงต้องเรียกอย่างนั้นมั้ง
ตอนนี้ชีวิตมี  7 วัน กับคิวงานที่รัดเอี๊ยด
ทำงาน เรียน 
ใจนึงมันก็เหนื่อย บางทีก็อยากขอยอมแพ้
แต่ถ้าไม่มีกำลังใจดีๆจากคนรอบข้างก็คงแย่อาจจะขอวางมือไปแล้ว
เรื่องไม่ดีแต่เป็นเรื่องใหญ่ๆ ก็คงเป็นเรื่องของใจเรื่องเดิม
ช่วงนี้อยู่ในระหว่าง กระเสือก กระสน ที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เพียงลำพัง
ส่วนการงานก็ถือว่าอยู่ในเกณท์ดีมาก การเรียนก็ถือว่าอยู่ในเกณท์ไม่เลวร้ายอะไร
ถึงจะหนักหน่อยแต่ว่าอย่างน้อยมันก็ช่วยทำให้ยุ่งจนลืมคิดอะไรหลายๆอย่างไปได้
แม้ช่วงเวลานึงก็ยังดี
 
แต่ทว่าเรื่องดีเรื่องใหม่ก็คือ พึ่งได้ไปเที่ยวมาครับ
นับว่าเป็นการเที่ยวที่เต็มอิ่มครั้งแรกในหลายรอบปีเลย
เรียกว่าไม่ใช่ชาร์ทแบทแล้ว เรียกว่าเปลี่ยนแบทเลยดีกว่า 
ไม่ได้รู้สึกอย่างนี้มานานแล้วครับ ความจริงก็กลับมาซักพักแล้วแต่ว่า
ไม่มีเวลาเลย ไม่มีเวลาแม้กระทั่งเอารูปมาดูจริงๆจังๆ
 
ถือเป็นของขวัญกับการเซ็นสัญญา 20 ปี
ก็ได้ไปเที่ยว "ญี่ปุ่น" แต่รอบนี้พิเศษกว่าครั้งอื่นๆตรงที่
14 วัน 12 คืน จุใจ ค่าที่พัก ที่กิน อาหารดีๆ แบบมีสปอนเซอร์
เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังนะครับ
 
เหนือเรื่องแย่ๆก็คงมีเรื่องดีๆอยู่บ้างแหละ.......olive juice
 
 

ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ...

posted on 28 Sep 2010 21:07 by kemkem  in LIFE
พอไม่สบายเมื่อไหร่ ก็มักจะแวะมาที่นี่ประจำ
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
เหงาๆเศร้าๆครับ เหมือนเดิม

วันที่มีเวลา

posted on 22 Jun 2010 22:14 by kemkem  in LIFE

วันนี้เป็นวันแรกในหลายรอบเดือนที่ผ่านมาที่มีเวลาว่าง
เพราะว่าพึ่งคุยรายงานกับเพื่อนๆเสร็จและท่าทางกำลังจะไปได้ด้วยดี

ทีนี่ฝนตกหนักมา 2 แล้ว...
เป็นไปได้ว่าไอความชื้นมันมีผลกับการเจริญเติบโตกับความเหงา
มันรู้สึกหวิวๆที่ตรงกลางอกยังไงก็ไม่รู้
หน้าที่การทำงานทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี ถึงขั้นดีมากจริงๆทุกอย่าไปได้สวย
แต่ว่าขาดหัวใจอย่างเดียว มันเหี่ยวเฉาและกำลังจะขาดน้ำตายครับ

ตอนนี้เข็มแข็งขึ้นมากแล้วครับ
แต่ว่าพอมีเวลามันก็อดคิดเรื่องเก่าๆไม่ได้ซักที

 

 

จะดีหรือร้าย

posted on 12 Jun 2010 21:13 by kemkem  in LIFE

โอกาส...โอกาสของคนมันขึ้นอยู่กับอะไรนะ มันต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อม แสงแดด สายลม เวลา
หรือ อะไรที่สำคัญกว่ากัน

ตอนนี้ทั้งเจ็ดวันผมทำงานและเรียนตลอดครับ
จันทร์ - ศุกร์ ทำงาน เสาร์-อาทิตย์ เรียนหนังสือ จะว่าเหนื่อยก็ไม่ได้เหนื่อยมาก
จะว่าหนักก็ยังไม่ถึงกับตาย..
กลับมาถึงห้องก็นอน...ตื่นมาก็มาเริ่มวันใหม่

การทำงานอย่างหนักมันคงช่วยเยียวยาอะไรบางอย่าง
น้ำตาที่มันเคยไหลเดี๋ยวนี้มันก็ไม่ได้ไหลแล้ว
ถึงบางครั้งความรู้สึกเดิมๆจะมาทำให้มันไหลออกมา
แต่ว่าพอไหลออกมากลับเต็มไปด้วยความสบายใจ

เดือนหน้าผมจะต้องไปทำงานแผนกใหม่ครับ
แต่เดิมเป็นแผนกเล็กแต่ว่าตอนนี้ทางบริษัทเค้ามีนโยบายขยาย
เพื่อตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา เป็นงานที่ท่าทายและก็น่าสนุกมากครับ
คงได้เหนื่อยและเจอเรื่องใหม่ๆไม่ซ้ำกันแต่ละวันแน่ๆ
โต๊ะใหม่ ลูกน้องใหม่ หน้าที่ใหม่...

ทำไมความรักมันไม่มีโอกาสดีๆแบบนี้บ้างนะ
ยอมรับว่าช่วงนี้เหมือนเป็นคนเนื้อหอมมีคนมาสนใจบ้าง
แต่บอกตามตรงผมก็ให้ได้แค่เพื่อนทุกรายไป
หัวใจมันชาไปหมดละครับ ไม่มีความรู้สึกหรอก
พอละ ไม่เอาแล้วครับ มันเจ็บ...

เคยดูหนังเกาหลีเรื่องนึง ตอนที่ไฟดับในรถใต้ดิน ทุกคนจ้าละหวั่นโทรศัพท์แต่พระเอกกลับไม่รู้จะโทรหาใครดี มันเศร้ามากเลยถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง แล้วก็เป็นตัวเราเอง

วันนี้เพราะว่าโทรศัพท์เก่า (เก่ามากอายุ 6 ขวบ) เกิดอาการเดี้ยงแล้ว เลยจำเป็นต้องซื้อเครื่องใหม่ แต่ว่าเจ้ากรรมดันต่อเนทไม่ได้ เลยต้องกลับไปที่ศูนย์ไปให้เค้าดู อาเจ๊คนขายก็ตรวจดูเบื้องต้นให้แล้วก็ยืนเครื่องกลับมา

" น้องลองส่ง message หาใครก็ได้ซิ "

............................

ผ่านไป 30 วินาที

ผมยืนนิ่งๆ แล้วก็อดขำไม่ได้..

ได้แต่หัวเราะแหะๆๆ แล้วก็บอกว่า " นึกไม่ออกครับพี่ ว่าส่งให้ใครดี "

แล้วผมก็ได้แต่ยืนอึ้ง ไปกว่า 10 นาทีระหว่างรอที่เค้าเช็คเครื่อง

 

มันเหงาจังครับ ใจมันเหงา
ผมเลิกติดต่อกับคนที่ผมรักที่สุด
ทำยังไงมันก็ทำใจไม่ได้ครับ
เค้าส่งข้อความมาว่า " my stupid sence telling me that you love me the most....."
น้ำตามันไหลเหมือนต้องการฟังคำนี้รึเปล่า
ทำไงดีครับ......

ด้านการงาน ตอนนี้กำลังรุ่งเลยเชียว ผมได้งานหลายที่แต่สุดท้ายผมตัดสินใจอยู่ที่นี่ครับ พร้อมกับสัญญา 20 ปี เหอะๆให้มันได้อย่างนี้สิชีวิต
แต่ว่ามันเหงาเว้ยยย...

ความฝัน...

posted on 06 Apr 2010 22:11 by kemkem  in LIFE

ในเวลาที่ผมนอนหลับ ผมมักจะฝันเรื่องเดิมๆซ้ำๆ… ฝันว่าต้องปั่นจักรยาน ต้องออกแรงอย่างเหน็ดเหนื่อย เพื่อที่จะตามหา หรือหนีอะไรซักอย่าง ปั่นไปโดยที่ปลีน่องรู้สึกอ่อนล้า กล้ามเนื้อขาแทบไม่มีแรงจะเหยียบที่วางเท้า แต่ว่าก็ต้องปั่นต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด… เหนื่อยใจแทบขาด อยากจะให้มันสิ้นสุดสักที แต่ว่ามันก็ไม่สิ้นสุด

เมื่อสมัยเด็กผมมักจะถูกเลี้ยงโดยให้อยู่คนเดียว ดูแลตัวเอง ทำกับข้าวกินเอง เฝ้าบ้านริมแม่น้ำที่มีสวนกว้างๆ ตอนกลางคืนก็มีแต่เสียงนกเสียงจั๊กจั่นเป็นเพื่อน ส่วนเพื่อนแถวๆบ้านผมก็คงไม่ต้องถามเพราะเพื่อนรุ่นๆเดียวกันก็ไม่ได้คลุกคลีเล่นกันตั้งแต่เด็ก

คิดจะเรียนที่ไหน… ทำยังไง.. ผมก็สมัครเองเรียนเองมาตลอด ผมจำได้ว่าเข้า ม1 โรงเรียนประจำจังหวัด วันที่สมัคร ผมก็อาศัยเพื่อนๆไปสมัครด้วยกัน แล้วก่อนวันรายงานตัวก็มีการจับฉลากพ่อแม่ก็มาส่งแล้วก็ไปต่างจังหวัด ต้องกลับบ้านเอง แต่วันนั้น ผมดันจับฉลากได้ ผมตื่นเต้นจนนั่งทรุดแทบเป็นลม เสียงเชียร์จากคนที่มามุงดูก็เต็มไปหมด แต่ว่าผมมองหาพ่อกับแม่ก็ไม่มี แต่ก็ยังดีที่ได้พกความดีใจกลับไปที่บ้าน แม้ว่าจะต้องกลับไปอยู่คนเดียวก็เถอะ… แต่พอผมกลับถึงบ้านก็มีเสียงโทรศัพท์ที่บ้านดังขึ้น ที่มีปลายสายเป็นเสียงของอาจารย์ที่โรงเรียนที่รู้จักกับแม่เพื่อน บอกว่าผมเซ็นเอกสารไม่ครบ ให้รีบกลับมาเซ็นเอกสารด่วน ภายในเย็นของวันนี้

ระยะทางจากบ้านผมก็ต้องปั่นจักรยานออกไปหลายกิโลเมตรฝากจักรยานไว้ที่ร้านขายของที่รู้จัก แล้วก็ต้องเดินไปรอรถสองแถว ที่เหมือนจะนานมากกว่าที่จะลงจากสะพานเข้าเมือง นั่งเข้าไปในเมืองก็ซัก 20 นาทีแล้วก็ต้องเดินไปโรงเรียนอีกว่า 15 นาที สำหรับเด็กอายุสิบกว่าขวบ มันเป็นเรื่องใหญ่โตและเหนื่อยหนักมาก ผมจำลมร้อนๆแสงแดดที่แผดแสง ยามเย็นๆได้ ความรู้สึกของการปั่นจักรยานที่หนักอึ้ง ลมที่ตีหน้า แล้วความเร่งรีบยังต้องมาบังคับ

แล้วคำถามแรกที่อาจารย์ถามก็คือ “…ผู้ปกครองไม่มาด้วยเหรอ…” โชคดีที่ที่แม่เพื่อนเป็นอาจารย์ด้วยกันเลยไม่ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นต์ นั่นคงเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผมฝัน….ผมฝันว่าผมปั่นจักรยาน มันหนัก มันเหนื่อย เหมือนมันจะไม่มีแรงปั่นต่อไป ผมฝันแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนโตครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งโตมาผมก็ยังฝันมันต่อไป

จำได้ว่าช่วงหนึ่งไปทำงานแถวทะเลอยู่หลายปี มันคงเหมือนอีกโลกนึง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหรืออีกฝั่งหนึ่งนั้นมันมีอะไร ผมไม่ฝันแบบนั้นอีกเลย…..

แต่…เมื่อคืนผมฝัน….........