LIFE

หลายคนอาจจะมีวันที่ครบรอบปี ทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป
แม้เวลาจะเปลี่ยนไป เราทุกคนเติบโตขึ้น อะไรหลายๆอย่างเข้ามาในชีวิต
แต่เราจะวัดมันอย่างไรล่ะ...
 
มีเพลงละครเพลงนึงที่นึกขึ้นได้อยู่เสมอๆ เสียงดังก้องอยู่ภายในหู
ความรู้สึกที่มันยังรู้สึกได้แม้ว่าตอนนี้หูทั้งสองข้างมันจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าเดิม
แต่ความรู้สึกมันก็ยังคงอยู่
.. How do you masure a year in the life ....
เราจะวัดวันที่ผ่านไปยังไงล่ะ  
...In day light ...In sunset ...In inches ...In cup of coffee...
 
สำหรับผม 525,600 นาที ที่ผ่านไปนี้มีแต่ความลำบากและทรมาน
คำว่า..."ทรมาน"... ตั้งแต่ผมเกิดมา ถ้าคนที่รู้จักผมดีจะทราบว่าแทบจะไม่มีคำนี้ออกมาจากปากเลย
ไม่ได้แปลว่าชีวิตนี้มีแต่ความสุขสบาย หรือไม่มีความทุข์ใดๆ
แต่คำนี้มันมีแต่สร้างความลำบากให้ชีวิต
มันเหมือนเรากำหนดตัวเองไว้เสียแล้วว่า จากนี้ไปเราจะพบกับคำว่า "ทรมาน"
 
แต่คราวนี้ผมได้เข้าใจแล้วว่า ความทรมานเป็นอย่างไร
เวลาพูดคำนี้ออกมามันคงไม่ชิน
มันเรียกน้ำเสียงที่สั่นเครือ และน้ำตาที่เตรียมจะไหลออกมาได้
ตอนนี้ผมทำใจกับมันแล้วครับ
ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับทุกคน
 
--------------------------------------
 
 
http://youtu.be/hj7LRuusFqo
 
ยอมรับว่าบางครั้งก็ท้อแท้มาก
เข้าใจแล้วว่าการคิดสั้นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเป็นอย่างไร
แต่พอกลับมาอ่านในนี้ก็รู้สึกตื้นตันใจ อาการท้อแท้ที่มีอยู่ก็หายไป
ขอบคุณทุกคนมากครับ
 
เดี๋ยวผมจะมาเล่าตั้งแต่ต้นให้ทุกคนอ่านกัน ตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนการผ่าตัด นอนนิ่งๆขยับไม่ได้เกือบสัปดาห์ การนอนไม่หลับกว่า 4-5 วัน อยากเดินแต่กลับรู้ว่าเดินไม่ได้ อาการอัมพฤษที่เหมือนเราใส่ชุดประดาน้ำมองเห็นทุกอย่างรับรู้ทุกอย่างแต่เราสั่งร่างกายไม่ได้ มองเห็นภาพซ้อนที่เวลาเห็นคนเยอะๆแล้วยิ่งทำให้เครียดมาก จากคนที่ไม่เคยกลัวเข็มเดี๋ยวนี้โดนฉีดยา ความดันในเลือดจะขึ้นสูงเองจะเลือดทะลักทุกที
 
 
 

ชีวิตแบบนั่งๆนอนๆ

posted on 05 Feb 2013 08:35 by kemkem in LIFE
แวะมาบอกข่าว เผื่อคนที่อยากรู้ ว่ายังไม่ตายครับ 555+ รอดตายมาได้อีก หมอยังว่าเลยพระเจ้าช่วย!! เพราะก้อนเนื้องอกใหญ่มาก และเสียเลือดมาก ต้องขอบคุณทีมงานดีๆที่ทำให้รอดมา ตอนนี้นั่งๆนอนอยู่กะบ้านยังไม่พร้อมจะทำงาน ไม่รู้ว่าจะได้ทำงานเมื่อไหร่ นี่ก็ผ่านมา 7 เดือนแล้วมั้ง สรุปอาการตอนนี้ก็หูด้านขวาคงดับสนิทละทำใจไว้ละ หน้าที่เบี้ยว ตอนนี้เหลือปากนิดหน่อย เพราะหน้าไม่มีแรงก็ตอนนี้ฝังเข็มมันทุกวัน นี้ก็รอบที่ 40 ครั้งละ.. แขนขาเริ่มปกติละ ยังยิ้มได้และก้าวเดินไปต่อครับ แม้ว่ามันจะเสียดายกับสิ่งที่ผ่านมา....

ชีวิตไฮโซจริงๆ

posted on 26 May 2012 07:18 by kemkem in LIFE
เป็นคนไม่ชอบกินข้าวนอกบ้าน ทำเองอร่อยกว่า แต่ มักได้กินแพงๆหรูๆตลอดๆ (ข้างทางอร่อยกว่า)
เป็นคนที่ชอบเที่ยวเอง แนวเถื่อนๆ บุกป่าผ่าดง แต่ เค้าชอบพาไปเที่ยวต่างประเทศ (เราก็สมยอมไรงี้)
ชอบเดินตลาด ดูชีวิตผู้คน แต่ แถวบ้านมีห้างสรรพสินค้าไฮโซมาตั้งก็เดินกันไป (ไม่รู้ไปไหน)
ติดนิสัยชอบห่อข้าวแม่มากิน แต่ ที่นี่ชอบพาไปกินข้าวตามห้าง (กินข้าวกับไข่ต้มเรายังว่าอร่อย)
ชอบเดินตลาดนัดใส่เสื้อผ้าไม่เกิน 199 แต่ คนที่นี่ซื้อของเเพงได้ (ก็เค้าว่าทำงานหนักจ่ายหนักเนอะ)
 
ป่วยทั้งที เลยโดน โรคยาก หมอเเพงสุด โรงพยาบาลหรูสุด
เฮ้ออ.....  ชีวิตหนอช่างไม่มีความยุติธรรม
 
 
ปล. หมอบอกเป็นเนื้องอกในสมอง ขนาดใหญ่มาก ไปเบียดกับเนื้อสมอง
ต้องผ่า 12 ชั่วโมง หมอ 3 คน 
ในความโชคร้ายยังมีโชคดี ได้ทีมหมอมือดี ยังพอมีค่ารักษาจากคนใกล้ อายุยังไม่มาก คงสลบไป 1-3 วัน
ได้ลองตามความใฝ่ฝันเลย เครื่องสเเกน MRI สมอง ที่เหมือนกับเข้าไปในอุโมงอวกาศ 
โรงพยาบาลสุดหรูแพงโคตรไปลองซิ ว่าจะหรูสมค่ารักษามั้ย 
กลัวอย่างเดียวน่ะ กลัวปากเบี้ยว T T

ข่าวล่ามาใหม่

posted on 16 Feb 2012 21:40 by kemkem in LIFE
แว่วๆมาว่าเรียนหนังสือจะจบแล้ว ใช้เวลามา 2 ปี กำลังลองกลับมาดูว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมันเปลี่ยนไปยังไง............. 
เรื่องดีๆ ในเรื่องร้ายๆ คงต้องเรียกอย่างนั้นมั้ง
ตอนนี้ชีวิตมี  7 วัน กับคิวงานที่รัดเอี๊ยด
ทำงาน เรียน 
ใจนึงมันก็เหนื่อย บางทีก็อยากขอยอมแพ้
แต่ถ้าไม่มีกำลังใจดีๆจากคนรอบข้างก็คงแย่อาจจะขอวางมือไปแล้ว
เรื่องไม่ดีแต่เป็นเรื่องใหญ่ๆ ก็คงเป็นเรื่องของใจเรื่องเดิม
ช่วงนี้อยู่ในระหว่าง กระเสือก กระสน ที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เพียงลำพัง
ส่วนการงานก็ถือว่าอยู่ในเกณท์ดีมาก การเรียนก็ถือว่าอยู่ในเกณท์ไม่เลวร้ายอะไร
ถึงจะหนักหน่อยแต่ว่าอย่างน้อยมันก็ช่วยทำให้ยุ่งจนลืมคิดอะไรหลายๆอย่างไปได้
แม้ช่วงเวลานึงก็ยังดี
 
แต่ทว่าเรื่องดีเรื่องใหม่ก็คือ พึ่งได้ไปเที่ยวมาครับ
นับว่าเป็นการเที่ยวที่เต็มอิ่มครั้งแรกในหลายรอบปีเลย
เรียกว่าไม่ใช่ชาร์ทแบทแล้ว เรียกว่าเปลี่ยนแบทเลยดีกว่า 
ไม่ได้รู้สึกอย่างนี้มานานแล้วครับ ความจริงก็กลับมาซักพักแล้วแต่ว่า
ไม่มีเวลาเลย ไม่มีเวลาแม้กระทั่งเอารูปมาดูจริงๆจังๆ
 
ถือเป็นของขวัญกับการเซ็นสัญญา 20 ปี
ก็ได้ไปเที่ยว "ญี่ปุ่น" แต่รอบนี้พิเศษกว่าครั้งอื่นๆตรงที่
14 วัน 12 คืน จุใจ ค่าที่พัก ที่กิน อาหารดีๆ แบบมีสปอนเซอร์
เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังนะครับ
 
เหนือเรื่องแย่ๆก็คงมีเรื่องดีๆอยู่บ้างแหละ.......olive juice
 
 

ความฝัน...

posted on 06 Apr 2010 22:11 by kemkem in LIFE

ในเวลาที่ผมนอนหลับ ผมมักจะฝันเรื่องเดิมๆซ้ำๆ… ฝันว่าต้องปั่นจักรยาน ต้องออกแรงอย่างเหน็ดเหนื่อย เพื่อที่จะตามหา หรือหนีอะไรซักอย่าง ปั่นไปโดยที่ปลีน่องรู้สึกอ่อนล้า กล้ามเนื้อขาแทบไม่มีแรงจะเหยียบที่วางเท้า แต่ว่าก็ต้องปั่นต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด… เหนื่อยใจแทบขาด อยากจะให้มันสิ้นสุดสักที แต่ว่ามันก็ไม่สิ้นสุด

เมื่อสมัยเด็กผมมักจะถูกเลี้ยงโดยให้อยู่คนเดียว ดูแลตัวเอง ทำกับข้าวกินเอง เฝ้าบ้านริมแม่น้ำที่มีสวนกว้างๆ ตอนกลางคืนก็มีแต่เสียงนกเสียงจั๊กจั่นเป็นเพื่อน ส่วนเพื่อนแถวๆบ้านผมก็คงไม่ต้องถามเพราะเพื่อนรุ่นๆเดียวกันก็ไม่ได้คลุกคลีเล่นกันตั้งแต่เด็ก

คิดจะเรียนที่ไหน… ทำยังไง.. ผมก็สมัครเองเรียนเองมาตลอด ผมจำได้ว่าเข้า ม1 โรงเรียนประจำจังหวัด วันที่สมัคร ผมก็อาศัยเพื่อนๆไปสมัครด้วยกัน แล้วก่อนวันรายงานตัวก็มีการจับฉลากพ่อแม่ก็มาส่งแล้วก็ไปต่างจังหวัด ต้องกลับบ้านเอง แต่วันนั้น ผมดันจับฉลากได้ ผมตื่นเต้นจนนั่งทรุดแทบเป็นลม เสียงเชียร์จากคนที่มามุงดูก็เต็มไปหมด แต่ว่าผมมองหาพ่อกับแม่ก็ไม่มี แต่ก็ยังดีที่ได้พกความดีใจกลับไปที่บ้าน แม้ว่าจะต้องกลับไปอยู่คนเดียวก็เถอะ… แต่พอผมกลับถึงบ้านก็มีเสียงโทรศัพท์ที่บ้านดังขึ้น ที่มีปลายสายเป็นเสียงของอาจารย์ที่โรงเรียนที่รู้จักกับแม่เพื่อน บอกว่าผมเซ็นเอกสารไม่ครบ ให้รีบกลับมาเซ็นเอกสารด่วน ภายในเย็นของวันนี้

ระยะทางจากบ้านผมก็ต้องปั่นจักรยานออกไปหลายกิโลเมตรฝากจักรยานไว้ที่ร้านขายของที่รู้จัก แล้วก็ต้องเดินไปรอรถสองแถว ที่เหมือนจะนานมากกว่าที่จะลงจากสะพานเข้าเมือง นั่งเข้าไปในเมืองก็ซัก 20 นาทีแล้วก็ต้องเดินไปโรงเรียนอีกว่า 15 นาที สำหรับเด็กอายุสิบกว่าขวบ มันเป็นเรื่องใหญ่โตและเหนื่อยหนักมาก ผมจำลมร้อนๆแสงแดดที่แผดแสง ยามเย็นๆได้ ความรู้สึกของการปั่นจักรยานที่หนักอึ้ง ลมที่ตีหน้า แล้วความเร่งรีบยังต้องมาบังคับ

แล้วคำถามแรกที่อาจารย์ถามก็คือ “…ผู้ปกครองไม่มาด้วยเหรอ…” โชคดีที่ที่แม่เพื่อนเป็นอาจารย์ด้วยกันเลยไม่ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นต์ นั่นคงเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผมฝัน….ผมฝันว่าผมปั่นจักรยาน มันหนัก มันเหนื่อย เหมือนมันจะไม่มีแรงปั่นต่อไป ผมฝันแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนโตครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งโตมาผมก็ยังฝันมันต่อไป

จำได้ว่าช่วงหนึ่งไปทำงานแถวทะเลอยู่หลายปี มันคงเหมือนอีกโลกนึง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหรืออีกฝั่งหนึ่งนั้นมันมีอะไร ผมไม่ฝันแบบนั้นอีกเลย…..

แต่…เมื่อคืนผมฝัน….........