เจ้านายเก่า..

posted on 20 Jan 2010 22:46 by kemkem in NewJourney

เมื่อวันก่อนเจ้านายคนที่ผมพูดถึงอยู่บ่อยๆ นี่แหละโทรมาหาครับ
ก็มาทักทาย สอบถามว่าเป็นยังไงบ้าง พอดีแกพาลูกค้ามาสำรวจเส้นทางแถวนี้ แล้วจะเลยไปลาว กัมพูชา เลยอยากชวนมาเจอกันซักหน่อย
แต่น่าเสียดายที่วันรุ่งขึ้น ผมต้องไปเชียงใหม่ตั้งแต่ตี 4 เลยอดได้เจอกัน
เพราะไม่ค่อยได้คุยกัน ก็เลยคุยกันยาวเลยครับ รู้สึกดีมากครับ..
แถมแกยังพูดให้กำลังใจทำงาน แล้วก็แนะแนวทางให้ อีก

“เสียงเค็มดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากนะ
อย่างเค็มไปได้อีกไกลนะ ผมดีใจด้วย”

ไอ้ส่วนตัวผมก็ได้แต่เป็นปลื้มครับ
คำชมจากคนที่เราเคารพมันก็เป็นกำลังในการทำงานได้เป็นอย่างดีเลย

.................

มีอยู่หนนึงที่เราจัดงานเลี้ยงให้ลูกค้าหลังจากสัมนาในเขตภูมิภาคเอเชียที่กรุงเทพ เป็นบริษัทไฟฟ้าขนาดใหญ่แล้วเราก็ต้องจัดให้อย่างดี จำได้ว่าพักแต่โรงแรมหรูริมน้ำเจ้าพระยา อย่างโอเรียนเทล เพนนินซูล่า แชงกรีล่า แล้วเราก็ต้องล่องเรือลำใหญ่ชมบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน มีเรือยอร์ชสำหรับผู้บริหารระดับสูง มาเทียบท่าที่ ราชนาวิกสภา จัดเลี้ยงตอนกลางคืน ชมวิววัดพระแก้วของเรา งานหรูเชียว

แต่วันนั้นวุ่นวายมากสำหรับผมและเจ้านาย ได้แต่ยืนลุ้นกันแทบทุกนาที ตอนที่เรารอเรืออยู่ลิบๆอีกซัก 15 เรือก็จะมาเทียบท่า อีเจ๊ผู้ดูแลของบริษัท ที่มาดูแลกรุ๊ปนี้ก็มาถึงก่อน แล้วก็สั่งให้เราเปลี่ยนจากโต๊ะดินเนอร์ เป็นยืนกินแบบค็อกเทล พูดง่ายๆก็คือที่กรูเซทโต๊ะไว้ สำหรับสองร้อยกว่าคนมันให้เก็บให้หมดภายใน 15 นาที เหลือแต่เก้าอี้นิดหน่อย …..เวรของกรรม เดชะบุญที่เราใช้โรงแรมที่ทำงานมืออาชีพ แม้ว่าแทบจะรากเลือดก็ทำได้ทันก่อนเรือเข้ามาเพียงชั่วอึดใจ แต่สุดท้ายไม่อยากจะบอก ว่ามันให้เสริมโต๊ะใหม่อีกรอบ คือให้เอาโต๊ะทยอยกลับมาไว้เหมือนเดิม เฮ้ออ…. ไม่หมดเท่านี้ เราคาดว่ามันจะราบรื่นแล้ว แต่ว่าก่อนลูกค้าจะกลับ ผู้จัดการเรือวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่า เรือสตาร์ทไม่ติด ……เจ้ากรรมทำยังไงดี เลยต้องถ่วงเวลาลูกค้าให้เลิกกันช้าๆ กว่าเรือจะสตาร์ทติดก็ใช้เวลาซักครึ่งชั่วโมงได้….

ผมจำได้ว่าลูกค้าไม่ได้รู้สึกกับเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นว่าเบื้องหลังเป็นยังไง แต่ที่ผมเห็นแล้วจำได้แล้วก็นึกขำตลอดเลยก็คือภาพ หัวหน้าผมควักผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดหน้าทีนึง เช็ดแว่นทีนึง แล้วก็บ่น ใจเย้นนนนใจเย็นน นับครั้งไม่ถ้วนเลย…มันน่ารักจริงๆเลย

.........

ช่วงนี้อากาศก็หนาวครับ ใจคนก็หนาวเย็นไปด้วย
การอยู่คนเดียวนี่มันเหงาจริงๆเลย
ใจมันไม่เปิดรับใครเลยครับ เหมือนกับว่ามันรออะไรซักอย่าง
รออย่างไม่มีจุดหมาย.....

ติด Facebook งอมแงม...

posted on 13 Nov 2009 22:23 by kemkem in LIFE

เดี๋ยวนี้ติด Facebook งอมแงมอ่ะ...
ลำพังปกติก็ไม่ได้มาอัพบล็อคอยู่แล้วนะ แต่เดี๋ยวนี้ไปใหญ่เลย

น้องแชมป์ต้องหาทางแก้เกมส์การตลาดของ พวกนี้ไว้นะเนี่ย...

ลมหนาวมาแล้ว...

posted on 13 Oct 2009 21:09 by kemkem in LIFE


วันนี้ตอนเลิกงาน ฟ้ามืดเหมือนยังกับว่าค่ำแล้ว
ลมเย็นๆมาแล้วล่ะ......ลมหนาวมาแล้วสิ.....นี่เข้าปีที่สองแล้วสินะ...

...................
.........................

หายไปนานมาก ไม่ค่อยมีกะใจจะทำอะไร วันๆก็ทำแต่งานแทบไม่ได้หยุด
สังคมก็แทบไม่มีครับ กินข้าวเย็นคนเดียว เดินเล่นคนเดียว ออกกำลังคนเดียว
เพื่อนๆก็มีครอบครัวกันหมดแล้ว เหมือนไม่มีใครคบจริงๆ

แต่ไอ้เราก็ไม่อยากคุยกะใครจริงๆ
ไปบอกใครเค้าจะเชื่อนี่
ในแผนกมีแต่คนบอกว่าผม เฮฮาที่สุด
ลูกน้องก็บอกทำงานด้วยแล้วสนุก

แต่ว่าชีวิตจริงนี่สิ ต่างกันจังเนอะ…..

เฮ้อออ……
……………………………………………..
ช่วงนี้เหนื่อยมาเลยครับ
แต่ไม่ได้เหนื่อยจากงานแล้วสิ เหนื่อยใจต่างหาก
อาการเดิมมันกำเริบครับ เหงาสุดๆ……

ผมเครียดจนอาการป่วยที่หายไปกลับมาอีก ทรมานจัง…จะบอกใครก็ไม่ได้
นอนก็ไม่หลับ กลางดึกก็ลุกมาโดยไม่มีสาเหตุ ตื่นไปทำงานแต่เช้าทุกวันจนคนสงสัย

คือ……. ผมพึ่งบอกเลิกคนที่ผมรักที่สุดไปน่ะ…….

อยากให้เค้าไปมีอะไรที่มันดีกว่า ที่เค้าชอบมากว่า
ไม่ต้องมาทนกับผมเพราะแค่แคร์สายตาคนอื่น
ผมเลยเป็นคนจบเอง เพราะยังไงผมก็มาทีหลังอยู่แล้ว
เครียดมากครับ แต่ผมก็ตัดสินใจไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป….

รู้ว่ามันจะให้ตัดใจคงไม่ได้หรอก แต่ว่ามันก็ต้องค่อยๆทำใจนะครับ
เมื่อก่อนก็อยู่คนเดียวได้นี่.................................................................

ความสำเร็จ ที่ไม่มีแบบแผน

……ความเดิมตอนที่แล้ว หลังจากได้รับตำแหน่งสำคัญในการทำงาน แล้วแพ้น็อกกลางเวที แบบไร้เชิงมวย คนก็เริ่มรู้จักผมบ้างขึ้นแล้ว เพราะกลายเป็นเคสที่คนพดถึงบ่อย ทั้งนี้ก็ทั้งภายนอกแล้วก็ภายใน ถ้ามองในแง่ดี เค้าก็จะคิดว่าผมต้องเจ๋งแน่ๆ ไม่งั้นเค้าไม่ส่งผมไปสู้รบหรอก ถ้ามองในอีกด้านก็คือ มันอ่อนหัดว่ะ โดนอีกฝ่ายถล่มแบบไม่เหลืออะไรเลย

จากวันนั้น ทำให้ปกติเวลาพวกโรงแรมมาเยี่ยมลูกค้า ไม่พลาดแวะมาเยี่ยมผมด้วย แล้วก็เป็นทางให้นายผมยอมเปิดโอกาสให้ในหลายๆด้าน ช่วงนั้นได้แวะเวียนไปโรงแรมหรูๆ ทั้งในกรุงเทพ ต่างจังหวัด แทบทุกอาทิตย์ ที่สำคัญคือ ฟรีทุกอย่าง แล้วยังได้เปิดหูเปิดตาดูสิ่งต่างๆ เป็นการเปิดโลกทัศน์ด้วยต่างหาก

แต่ทว่า ของอย่างนี้มันคงไม่มีใครเค้าอยากเชิญเราไปดูฟรีๆหรอก เค้าก็ต้องหวังในสิ่งที่เค้าลงทุนไปนั่นแหละ ผมก็เลยเป็นคนที่ไม่ค่อยโปรดปรานเรื่องพวกนี้มากซักเท่าไหร่ ยกเว้นแต่โดน เจ้านายบังคับจริงๆ หรือไม่ก็หอบหิ้วแผนก อื่นๆไปด้วยถึงจะสดวกใจ (ขอเมาท์ พี่บางคนก็ชอบซะจริงง…ผมละเซ็ง)

คนบ้างาน กับ คนสนุกกับการทำงาน คงมีอะไรที่มันคล้ายๆกัน ช่วงนั้นมันทำอะไรมันก็สนุกไปหมด เห็นเป็นเรื่องแปลกเรื่องสนุกสนานซะอีก มีความสุขที่ได้ทำงานใหญ่ๆยาก จำได้ว่าลองคิดเล่นๆดูผมทำรายรับให้บริษัทเดือนละเป็นล้านๆ นี่ยังไม่ได้นับงานชิ้นใหญ่ๆของเจ้านายผมอีก

ยังไม่พอ ยังมีค่าเปอร์เซนต์ที่เวลาพาลูกค้าไปตามที่ต่างๆ แล้วก็บรรดาร้านอาหารแล้วก็โรงแรมให้อีกเป็นพิเศษ ที่ผมไม่เคยคิดเอาเข้ากระเป๋าแม้แต่บาทเดียว คราวละหลายหมื่นทีเดียว เสียงเตือนจากเจ้านายไม่ได้ช่วยลดความมั่นใจที่มันรุนแรงเหลือเกิน

ผมหลงระเริงไปกับความสำเร็จจนลืม สิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ พอเราขึ้นไปอยู่ที่สูงด้วยความเบาปัญญา เราก็เริ่มเลิกมองรายละเอียด ตอนนั้นผมใช้ หลัก ‘Play Hard Work Hard’ ผมจำได้ว่าบางเดือนผมทำงานเจ็ดวันติดกันสองสามอาทิตย์ (พึ่งมาเข้าใจว่ากรูใช้ 247’ นี่หว่าแต่แบบผิดวิธี 555) ตอนเย็นบางวันก็รับงานไกด์ เสาร์อาทิตย์ ก็รับงานไกด์นะ รับหมด แล้วยังเที่ยวสะบั้น เหนือจดใต้ ทะเล ดอย ภู ป่า ไปหมด

ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังเปิดบริษัทกับเพื่อนๆทำทัวร์ โดยวางตัวเองเป็นหัวหอกหลักในการวางโครงสร้างและการจัดการบริหารอีกด้วย ด้วยความมั่นใจที่มันมากเกินไปแล้ว…..

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""


วันนี้อารมณ์ดี.....
การงานเริ่มไปในทิศทางที่ดี ที่ต้องการแล้ว
ค่อยๆมีความรู้สึกว่าที่เราทำลงไป มันเป็นไปในทางเดียวกับทิศทางที่ผู้บริหารวางไว้จริงๆ
รู้สึกว่ามันมีแสงอยู่ที่ปลายอุโมงแล้วสิ.......


ส่วนเรื่องอื่นๆก็เรื่อยๆ ต้องทำใจครับ ใช้หลักบริหารงาน บริหารชีวิต แบบไม่คาดหวังครับ
........สู้ๆ ครับ........

ว่างเปล่า.....

posted on 22 Dec 2008 20:33 by kemkem in LIFE

เมื่อสองปีก่อน…..

 

เพื่อนรักบอกว่า……

แล้วแต่มึงนะ มึงต้องลองดูเอาเอง กูว่ามึงคิดเองได้ ถึงตอนนี้กูไปห้ามมึง มึงก็คงไม่ฟังหรอก”
“แต่กูรู้ว่ามึงมีสติพอ วันนึงมึงคงเข้าใจสิ่งที่กูอยากจะบอก”

 เพื่อนรักให้โอวาทตอนที่ผมตัดสินใจจะไป…..
 

 

เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน…..


“มึงเจ็บมากใช่มั้ย กูเข้าใจความรู้สึงมึงดี”
“โถ่….มึง…”
“ตัดใจให้ได้น่ะมันไม่มีทางหรอก แต่มันต้องค่อยๆทำใจไป”
“ค่อยๆนะมึง….”

อย่างน้อยชาตินี้ได้แค่นี้ก็พอแล้ว…….

รู้สึกว่าใจมันสั่น
เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ
เหมือนรู้สึกได้ว่าสสารในร่างกายมันเคลื่อนไปทางไหน
เหมือนมีน้ำตาเอ่อมา แต่ไม่ยอมไหล
อาการนี้มันค่อยเกิดบ่อยขึ้นๆ….ถี่ขึ้น...
ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้ว ผมไม่เคยนอนหลับตาสนิทสักคืน
ถ้ามันมากกว่านี้…...ผมคงขาดใจ….